ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี



รู้จักเรา

ความสัมพันธ์กับไทย

ด้านการเมืองและการทูต

ไทยกับฮังการีมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 100 ปี เมื่อวันที่ 26 -30 มิถุนายน 2440 พระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เส็จประพาสฮังการี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก

ไทยกับฮังการีสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2516 โดยฮังการีจัดตั้งสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทยเมื่อปี 2521 เอกอัครราชทูตฮังการีประจำประเทศไทยคนปัจจุบันคือ นาย Peter Jakab (เดินทางมารับหน้าที่เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2557) นอกจากนี้ ฮังการีได้เปิดสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ประจำเมืองพัทยา มีเขตอาณาครอบคลุมจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ส่วนไทยได้จัดตั้งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูดาเปสต์เมื่อปี 2532

ฮังการีเป็นพันธมิตรที่ดีของไทยใน EU ไทยและฮังการีมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างกันเป็นระยะ โดยฮังการีเห็นว่า ไทยเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในมิติด้านความมั่นคงและการสร้างความเป็นปึกแผ่นของอาเซียน

การเยือนระหว่างกันครั้งล่าสุด ฝ่ายไทย นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เยือนฮังการีระหว่างวันที่ 3 – 4 มิถุนายน 2556 ฝ่ายฮังการี นาย Janos Martonyi รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เยือนไทยเมื่อวันที่ 30 เมษายน - 1 พฤษภาคม 2555


ด้านเศรษฐกิจ

ฮังการีเป็นคู่ค้าอันดับ 13 ของไทยในกลุ่มประเทศสมาชิก EU ในปี 2556 มีมูลค่าการค้ารวม 551.74 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออก 438.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้า 113.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไทยได้เปรียบดุลการค้า 325.48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องรับวิทยุโทรทัศน์และส่วนประกอบ ก๊อก วาล์วและส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ หม้อแปลงไฟฟ้า รถยนต์ วงจรพิมพ์ สินค้าที่ไทยนำเข้าจากฮังการี ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เครื่องจักรไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เครื่องคอมพิวเตอร์

สำหรับการลงทุน ในปี 2554 มีการลงทุนจากฮังการีที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน ในไทยจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน BOI 1 โครงการโดยมีมูลค่าการลงทุน 75 ล้านบาท (บริษัท Amada Cable and Wire Harness ซึ่งทำธุรกิจผลิตสายไฟฟ้า) แต่ยังไม่ปรากฏข้อมูลการลงทุนของไทยในฮังการี ทั้งนี้ บริษัท SCG Trading ได้เคยทดลองนำเข้าสินค้าจำพวกเศษโลหะจากฮังการี จำนวน 100 ตัน ในช่วงปี 2553 อย่างไรก็ดี ได้ยกเลิกเนื่องจากราคาเศษโลหะจากฺฮังการีราคาเพิ่มสูงขึ้นมาก นอกจากนี้ SCG Trading ได้แสดงความสนใจที่จะลงทุนในด้านการจัดการของเสียอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นสาขาที่ฮังการีมีศักยภาพ รวมทั้งเห็นว่า ไทยน่าจะพิจารณาส่งออกมันสำปะหลังซึ่งน่าจะมีความสามารถในการแข่งขันในตลาดฮังการี

ฮังการีมีความใกล้ชิดกับกลุ่มประเทศ Visegrad 4 หรือ V4 (ประกอบด้วยฮังการี โปแลนด์ สาธารณรัฐเช็ก และสโลสะเกีย) และประเทศในภูมิภาคบอลข่าน ในฐานะที่มีประวัติศาสตร์ร่วมกันและมีคนเชื้อสายฮังการีจำนวนมากในประเทศรอบข้าง จึงมีศักยภาพที่จะเป็นประตูสำหรับสินค้าไทยสู่ยุโรปกลางและตะวันออก

นอกจากนี้ ฮังการีและ V4 ยังเป็นแหล่งวัตถุดิบและแหล่งผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าอุตสาหกรรมที่สำคัญในภูมิภาค จึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับการส่งออกสินค้าไทยจำพวกส่วนประกอบรถยนต์ เครื่องจักรกลและอุปกรณฺอิเล็กทรอนิกส์

ด้านการท่องเที่ยว ปัจจุบัน ตลาดนักท่องเที่ยวฮังการีมีอัตราการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในปี ม.ค.-ส.ค.2556 มีนักท่องเที่ยวฮังการีมาไทย 14,798 คน และมีชาวไทยไปฮังการีประมาณ 7,000 คน อนึ่ง ไทยและฮังการีได้ลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือไตรภาคีไทย-ฮังการี-เวียดนาม เมื่อเดือนมิถุนายน 2547 และได้ดำเนินโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเวียดนาม โดยเป็นการให้ความร่วมมือในลักษณะไตรภาคีระหว่างไทย-ฮังการี-เวียดนาม


ด้านสังคมและวัฒนธรรม

ไทยและฮังการีมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดด้านสังคมและวัฒนธรรม โดยในปี 2556 ซึ่งเป็นปีที่ครบรอบ 40 ปีของการสถาปนาทางการทูตระหว่างกัน สอท.ฯ ได้จัดคณะนาฏศิลป์และโขนจากประเทศไทยมาแสดงที่ฮังการีในวันที่ 28 กันยายน 2556 และเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2557 ได้มีการจัดการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากประเทศไทยอีก เนื่องจากได้รับความสนใจจากชาวฮังการีในทุกภาคส่วน

นอกจากนี้ ในแต่ละปี มีนักเรียนแลกเปลี่ยน AFS มาศึกษาที่ฮังการีประมาณ 20 คน และมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมาศึกษาด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมที่ฮังการี ภายใต้ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฎของไทยกับ Budapest Business School ของฮังการี เป็นระยะเวลา 3 เดือน ปีละประมาณ 12 คน และนักศึกษาฮังการีไปศึกษาที่ประเทศไทยในลักษณะเดียวกัน


ความตกลงระหว่างไทย-ฮังการี

  1. ความตกลงทางการค้า (ลงนามเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2521) ปัจจุบันทั้งสองฝ่าย ได้มีหนังสือแจ้งยกเลิกความตกลงฉบับนี้แล้ว เนื่องจากฮังการีได้เข้าเป็นสมาชิก EU และได้มีการลงนาม ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย-ฮังการี แทน
  2. พิธีสารว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับหอการค้าฮังการี (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2524)
  3. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-ฮังการี (ลงนามเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2528) ปัจจุบัน ได้ยกเลิกตามความตกลงทางการค้าไปแล้ว
  4. อนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2532)
  5. ความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ (ลงนามเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2534)
  6. ความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมและคุ้มครองการลงทุน (ลงนามเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2534)
  7. ความตกลงว่าด้วยการบริการเดินอากาศ (ลงนามเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2536)
  8. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการขนส่งและการสื่อสาร (ลงนามเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2539)
  9. หนังสือแสดงเจตจำนงสถาปนาความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับรัฐบาลท้องถิ่น กรุงบูดาเปสต์ (Letter of Intent of Cooperation between Bangkok Metropolitan Administration and Local Government of Budapest) (ลงนามเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2540)
  10. Memorandum of Understanding between Hungarian Export-Import Bank Ltd. and Export-Import Bank of Thailand (ลงนามเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2541)
  11. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และวิชาการ (ลงนามครั้งแรกวันที่ 30 มีนาคม 2527 และให้สัตยาบัน วันที่ 17 พฤษภาคม 2528 ทั้งนี้ ในปี 2535 ฮังการีแจ้งความประสงค์ขอแก้ไขหรือยกร่างความตกลงใหม่ ซึ่งฝ่ายไทยได้ตกลงที่จะแก้ไขความตกลงฯ ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง และได้ลงนามในฉบับแก้ไข เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2542)
  12. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางการเกษตร (ลงนามเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2543)
  13. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศไทย-ฮังการี (ลงนามเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2544)
  14. ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (ลงนามเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2547)
  15. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือไตรภาคี (ลงนามเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2547)